Tuesday, July 2, 2013

Trend Channel Line Self-Research



Trend Channel Line Self-Research: 03 July 2013  1:30 AM

ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองหลังจากสังเกตุการณ์มาพักหนึ่งเริ่มการลาก Channel การลากโดยวัดเอาจาก การยืด 

สู่ การยืด ของสวิงได้ผลดีกว่าอย่างชัดเจนจากที่ลาก ๆ มา จนกระทั่งมาถึงวันนี้วันที่ 2 กรกฏาคม 2556 

วันนี้ในช่วงเช้าเกิดการลังเลว่าจะลาก Trend Channel Line แบบไหนดี

สาเหตุ

สวิงที่เป็นสวิงยืดตัวไม่ชัดเจนจึงไม่แน่ใจว่าจะลากถูกไหม


จึงลากออกมาเป็น 2 แบบด้วยกันดังนี้ 

แบบที่ 1
แบบที่ 1 เป้นการลากโดยใช้ Swing Low เทียบ Swing Low

แบบที่ 2


แบบที่ 2 เป็นการลากโดยใช้ Swing High เทียบ Swing High

ผลคือราคาวิ่งขึ้นไปชน Trend Chaneel Line ในแบบที่ 2 แล้วปรับตัวลงทันทีที่ชน Channel เลย จาก

ตัวอย่างวันนี้จึงเป็นตัวพิสูจน์เลยว่าการลาก Trend Channel Line ควรจะลากจาก การยืด มากกว่า การย่อ 

ของราคาจะได้ผลดีกว่าเพราะ การยืด หมายถึงเราเทียบยอดที่เกิดจากเทรนใหญ่ (Major Trend) แต่ถ้าเรา

ลากจาก การย่อ มันจะเป็นการวัดที่เกิดจาก Swing ของแรงฝั่งตรงกันข้าม 


อย่างไรก็ตามสิ่งที่ได้จากการลาก Trend Line แบบแรกคือ การลากแบบที่ 1 เหมาะกับการลากเป็น Trend 

Line เดียว ๆ มากกว่า การลากจากสวิงล่าสุดก่อนสวิงปัจจุบันเป็นที่แน่นอนแล้วว่าโอเคกว่าสำหรับเรา เรา

สามารถใช้การลากแบบที่ 1 ในการลาก Trend Line ธรรมดาเพื่อดูการตัดของราคาได้ซึ่งมันสามารถใช้ใน

การบอกบริเวณที่สมควรจะลาก Trend Channel Line ทีมีนัยสำคัญอีกด้วย


สรุป


สิ่งที่ได้จากการทดลองครั้งนี้คือได้ผลที่แน่นอนแล้วว่าควรลาก Trend Channel Line จาก การยืด ของ

ราคาเท่านั้น ส่วน การย่อ ควรลากแค่ Trend Line ธรรมดาก็พอ

Thursday, June 20, 2013

Trend Channel Line Self-Research


Trend Channel Line Self-Research: 21 June 2013  1:20 AM


กระทู้นี้เป็นกระทู้บันทึกส่วนตัวในเรื่องของการลาก Trend Channel Line จากคำพูดที่ว่า "ผมเข้าในจังหวะ

ที่ได้เปรียบเท่านั้น" ของคุณ ศิริชัย บัวพรรษา มันติดใจผมจนทำให้ผมกลับมาคิดว่า จังหวะนั้นมันคือ

อะไร ผมเลยคิดว่าน่าจะเริ่มต้นในจุดที่เป็นพื้นฐานที่สุดนั่นคือการหา Swing Cycle ของราคาโดยการลาก 

Channel ที่เหมาะสมให้กับราคา รูปทั้ง 2 เป็นกราฟที่มาจาก EUR/USD ใน Time Frame 1H ทั้ง 2 รูปมา

จาก โบรกเกอร์ที่ต่างกัน



สิ่งที่ผมกำลังให้ความสนใจอยู่คือจุดเริ่มต้นในการลาก Trend Channel Line ส่วนมากแล้วคนมักจะถูกสอน

ให้ลาก Trend Channel Line จากการ Copy Trend Line ไปวางแต่ส่วนตัวแล้วผมไม่เห็นด้วยเพราะนั่นจะ

ทำให้ Channel Line ด้านบนไม่มีนัยสำคัญเท่าที่ควร การที่ราคาจะเป็นเทรนที่สมบูรณ์ได้ราคาจะต้อง

ทำได้ทั้ง Higher Low และ Higher High ในตลาดขาขึ้นและ Lower High กับ Lower Low ในตลาดขาลง 

จุดที่ผมให้ความสนใจในการลาก Trend Channel Line ไม่ใช่ลากจาก Higher Low หรือ Lower High แต่ผม

จะลากจาก Higher High หรือ Lower Low เท่านั้นเพราะผมมีความเชื่อว่าการที่กราฟจะต้องยืดตัว

เป็นเรื่องที่ยากกว่าหากเทียบกับการสร้างจังหวะย่อ ดังนั้นผมจึงให้ความสำคัญกับกับ"การยืดตัวของ

ราคา" มากกว่า "การย่อตัวของราคา" ผมเชื่อว่ายิ่งราคายืดตัวได้ไกลเท่าไหร่ หมายความว่าเทรนนั้นก็

แข็งแรงมากเท่านั้น ในทางกลับกัน หากราคายืดตัวได้น้อยก็หมายความว่าเทรนนั้นไม่แข็งแรงและมี

โอกาสนำไปสู่การเปลี่ยนทิศทางของราคา  การลาก Trend Channel Line โดยใช้ Higher High หรือ Lower 

Low จะช่วยทำให้เห็นความชันของราคาที่เปลี่ยนไป และสามารถช่วยให้ผู้เทรดสามารถมองหาจุดเข้าที่

มีนัยสำคัญได้ดีกว่าการลาก Trend Channel Line จาก Higher Low หรือ Lower High


สิ่งที่ยังคาใจผมอยู่คือการหาสวิงที่เหมาะสมกับการสร้าง Trend Channel Line เพื่อที่จะให้ได้ Channel ที่มี

นัยสำคัญกับราคาให้มากที่สุด โดยการลาก Trend Channel Line จะต้องลากจาก  Higher High หรือ Lower 

Low เท่านั้น จึงเป็นที่มาของบทความนี้ครับ



Trend Channel Line 1

รูปนี้ผมลองลากตั้งแต่เมื่อวันก่อนที่ราคาได้สร้าง Siwng Low ใหม่ได้สำเร็จเป็นสัญญาณของขาลง จุดที่

ผมใช้เป็นจุดอ้างอิงตั้งต้นคือ จุดที่ 1 เริ่มลากจาก Swing Low ล่าสุดของเมื่อวันก่อน เหตุผลคือ ผมคิดว่า

จุดมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามกราฟวันที่ 20 June กลับทะลุขึ้นทะลุลงราวกับไม่มีนัยสำคัญอะไร


Trend Channel Line 2

เทียบกับรูปนี้แล้ว ผมค่อนข้างพอใจกับรูปนี้มากกว่า เพราะรูปนี้จะเห็นว่า ราคาไม่ทะลุ Trend Channel 

Line ออกมาเลย แล้วการที่ราคาไต่ Trend Channel Line ลงมาได้เรื่อย ๆ นั่นหมายความว่าราคาจะต้อง

เด้งกลับเพื่อสะสมแรงแน่นอน 


รูปนี้ผมเริ่มลาก Trend Channel Line จาก Swing Low ล่าสุดก่อนหน้าที่ราคาจะทำ Swing Low ใหม่ได้

โดยที่ไม่ได้สนว่าจะต้องมีนัยสำคัญอะไรเหมือนกับ Trend Channel Line 1 


ผลสรุป

2 รูปนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคำว่า "Significant Swing Low VS Latest Swing Low" จุดเริ่มต้นของ

สวิงจะส่งผลให้องศาของ Trend Channel Line ต่างไป จากการสังเกตมาหลาย ๆ ครั้ง ผมพบว่าการลาก

Trend Channel Line จากจุดสวิงล่าสุดจะให้ความน่าเชื่อถือได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามยังคงต้องจับตาดูต่อ

ไปว่า ผลการทดลองจะเป็นจริงหรือไม่

Tuesday, September 18, 2012

18 Sep 2012 : EUR/USD




ดูจากไอ่แท่งนี้แล้วมันมีแรงดีดกลัีบหน่อย ๆ แต่ถ้าตีแท่งนี้เป็น 100% มันก็ดีดกลับแค่ 40%

18 Sep : EUR/USD

หลังจากห่างหายไปนาน เพราะผมหายไปปั่นงาน + มีปัญหากับชีวิตตัวเองวุ่นวายเยอะแยะเหลือเกิน จนถึงตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ แต่ก็เอาเถอะคับ ชีวิตผมมันคงถูกกำหนดให้เป็นแบบนี้อยู่แล้วมั่ง เข้าประเด็นเลยละกัน วันนี้ผมก็ได้ลองเข้า ออเดอร์ไปละ 1 ไม้

ปัจจัยในการเข้า order: bullish engulfing 15M / ลากแนวรับแนวต้านแล้วมันชนพอดี

วันนี้ผมมองแค่นี้จริง ๆ และจากปัจจุบันมันก็ทะลุลงมา จะทำไงต่อดี ดูต่อไปละกัน เดี๋ยว 5 โมงกลับมาดู



ช่วงนี้ผมค่อนข้าง อีโม นะคับ อย่ามาถามหาเหตุผลอะไรมากมาย ชีวิตมันก็แค่นี้ละมั่ง 

Monday, August 27, 2012

27 Aug 2012 EUR/USD Analysis: Afternoon






Time Flame: 1H

หลังจากตลาดเปิดมาไม่มีการเปิด gap แต่อย่างใด ดังนั้นตลาดจึงยังวิ่งไปในทิศทางเดิม เมื่อมาดูกราฟ 1H ในยามบ่ายแล้ว และพิจารณาจาก Cycle ของ RSI ผมยังเชื่อว่ากราฟยังคงจะขึ้นอยู่ แต่หากกราฟหลุดลงไปก็ให้ไปพิจารณากราฟที่แนว 1.2482 และ 1.2438 อีกที ที่สำคัญหากคิดจะ buy ขึ้นไปควรรอให้กราฟทำการสร้าง Higher low เสียก่อนเพื่อความปลอดภัย






Time Flame: 15M

เมื่อมาพิจารณากราฟใน 15 นาที จะพบว่ากราฟกำลังพยายามทดสอบแนว 1.2490 - 1.2480 อยู่ ณ ตรงนี้ถ้ามองตามเทรนก็ยังคงเป็นเทรนลงอยู่ แต่หากว่ามันจะขึ้นจากแถวนี้ควรรอให้ราคาทำ Higher Low หรือ RSI ทำการย่ออีกครั้งก่อน 

Sunday, August 26, 2012

27 Aug 2012: Before the market open

EUR/USD 27 Aug 2012 Analysis before the market open 









Time Flame: 15M

จากรูป เราจะเห็นได้ว่าราคาวิ่งลงมาตาม Channel ตอนนี้กราฟก็กำลังทำ higher high ซึ่งเป็นสัญญาณว่าน่าจะขึ้น และเมื่อมาพิจารณาจาก RSI ด้วยแล้ว จะเห็นได้ว่าRSIกำลังพยายามยกตัวตามราคาเช่นกัน แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะ gap มาลากมันขึ้นหรือลงไปหรือไม่ หากกราฟลงไปอีกก็ให้ไปรอดู RSI ทำการยกตัวขึ้นอีกครั้ง แต่หากกราฟขึ้นไปตามที่คาดการณ์ คงจะไปติดแถว ๆ 1.2580 - 1.2586 ก็ให้ไปดู พฤติกรรมราคาแถวโซนนั้นดูอีกรอบนะครับ

My Trading Introduction



My Tools

1.) Candlesticks
2.) Trendline
3.)Fibonacci Retracement
4.) Relative Strength Index(RSI)
5.) Moving Average 34,200

My Trading Currency Pair

EUR/USD

My Time frame 

15Minutes and 1Hour

My Target Expectation

20-30 pips(4 digits) or 200-300 pips(5 digits)

My Style

ผมชอบที่จะเล่นแบบไม้เดียวหรือโพเดียวจบคือเข้าทิ้งไว้แล้วก็ออกไปข้างนอก วิธีการเล่นของผมคือผมจะดู Price Action เป็นหลักใน TF 15M หลังจากนั้นก็ใช้ Trendline ขีดทำเป็น Channel บ้างแนวรับแนวต้านบ้างเพื่อหา Zone Trading พยายามดูพฤติกรรมของราคาตามแนวรับแนวต้าน (Support & Resistance) หลังจากนั้นก็ไปดูพฤติกรรมของ RSI ผมดูมันเป็น Cycle ตามวิธีการสอนของอาจารย์แมค ศิริชัย บัวพรรษา ส่วน Moving Average ก็ใช้ดูเป็นแนวรับต้านบ้างในบางสถานการณ์ แต่ส่วนมากผมก็ไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่นัก  

My Money Management

สำหรับประเด็นนี้ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่นัก ทุกวันนี้ผมรู้สึกเหมือนเทรดแบบไร้ MM มาก บางวันก็เข้า 0.01 บางวันก็เข้า 0.05 เหมือนอยากจะทดสอบอะไรบางอย่าง มันเลยทำให้การเทรดของผมยังสะเปะสปะอยู่

My Problems

1. ที่ชัด ๆ เลยคือผมยังแยกไม่ออกระหว่าง 15M กับ 1H ว่ามันต่างกันยังไง เรื่องของ Cycle ระหว่าง 15M กับ 1H ทำผมปวดหัวมากยิ่งกว่าฟัง Dubstep ซะอีก
2. เวลาที่ RSI วิ่งลงมาที่เส้น 50 ทีไร มันทำผมลังเลทุกที
3. ผมยังไม่มีประสบการณ์กับระบบนี้มากพอ เพราะพึ่งมาเริ่ม ๆ นั่ง ๆ มอง ๆ มันได้ไม่นานเมื่อก่อนมี Time Flame อะไรไม่รู้เต็มไปหมด นี่พึ่ง scope มันลงมาเหลือ 2 TF ได้ไม่นาน